Skip to:

ราคาขั้นต่ำประมูลทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ เหลือ 15,190 จาก 20,966 ล้านบาท

วันที่ 7 พ.ค. 2556 ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีมติกำหนดราคาขั้นต่ำการประมูลทีวีดิจิตอล ช่องธุรกิจ 24 ช่อง มีมูลค่ารวม 15,190 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่า 20,966 ล้านบาท (หายไปกว่า 5 พันล้านบาท) ที่ทางจุฬาฯเคยประมาณไว้ก่อนที่มีการปรับจำนวนช่องและก่อนรวมผลของประกาศกสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศนท์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือกฎมัสต์แคร์รี่ (Must carry) ซึ่งบังคับให้รายการที่ออกฟรีทีวีต้องสามารถดูได้ผ่านทุกช่องทางโดยไม่มีการจอดำ เงินที่ได้จากการประมูลจะนำไปแจกจ่ายเป็นคูปองให้กับ 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ คูปองละ 690 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อทีวีที่รองรับสัญญาณดิจิทัล DVB-T2 หรือกล่องรับสัญญาณ DVB-T2 (Set top box เซตทอปบ็อกซ์) โดยพันเอก ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท. ได้เขียนในทวิตเตอร์ว่า (เน้นตัวหนาโดย tkittich)

"การประชุม กสท./กสทช. เมื่อ 7 พ.ค. 56 กสท. มีมติที่สำคัญ เรื่อง รายงานผลการศึกษาการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่สำหรับดิจิตอลทีวีเป็นกรณีผลการศึกษาที่ดำเนินการโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ"

"การประเมินมูลค่าคลื่นใช้ถึง 3 แนวทาง คือ แนวทางแผนธุรกิจ สร้างและประมาณการตัวแบบเศรษฐมิติ และ แนวทางต้นทุนค่าเสียโอกาส เนื่องจากประเทศไทยแทบจะเป็นประเทศแรกที่จะมีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับอนุญาตใช้ประกอบกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล การประเมินมูลค่าคลื่นความถี่จำเป็นต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบ มูลค่าที่น่าจะใกล้เคียงกับมูลค่าจริงที่สุดน่าจะเป็นแนวทางแรก เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดของการประกอบกิจการโทรทัศน์ของประเทศไทยโดยตรง โดยสร้างขึ้นด้วยแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ปรับข้อสมมติตามข้อเท็จจริงของประเทศไทย และเป็นตัวแบบแผนธุรกิจที่สร้างขึ้นด้วยข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการของไทย ผลสุดท้ายของแนวทางแผนธุรกิจ ยังมีความใกล้เคียงกับผลจากแนวทางการคำนวณโดยสร้างและประมาณการตัวแบบเศรษฐมิติ ซึ่งเป็นผลที่ประเมินมาจากการใช้ข้อมูลจริงที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาในการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย"

"กสท. มีมติให้ราคาขั้นต่ำที่สามารถยอมรับได้ในการประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ เป็นไปตามผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์และคณะ ราคาขั้นต่ำ ช่องทั่วไป HD 1,510 ล้านบาท (7 ช่อง), ช่องทั่วไป SD 380 ล้านบาท (7 ช่อง), ช่องข่าวสารสาระ 220 ล้านบาท (7 ช่อง), ช่องเด็ก/เยาวชน 140 ล้านบาท (3 ช่อง) ราคาขั้นต่ำมีความสำคัญเนื่องจากเป็นราคาประเมินทางวิชาการของมูลค่าคลื่นความถี่ ที่สามารถยอมรับได้ในการอนุญาตคลื่นความถี่ เปรียบเสมือนราคากลางในการจัดการประมูล ถ้าผู้เข้าประมูลเสนอราคาแข่งขันที่ต่ำกว่าราคาขั้นต่ำ กสท.จะไม่รับรองผลการประมูล"

"นอกจากนี้ กสท. ได้มีมติให้ราคาเริ่มต้นการประมูลมีค่าเท่ากับราคาขั้นต่ำ เป็นราคาที่ผู้เข้าร่วมการประมูลใช้เริ่มต้นเสนอราคาครั้งแรก ราคาเริ่มต้นการประมูลจะเริ่มจากราคาเท่าใดก็ได้ ถ้าการประมูลมีการแข่งขัน ราคาเริ่มต้นการประมูลจะสำคัญถ้ามีการแข่งขันน้อย การกำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลให้มีค่าเท่ากับราคาขั้นต่ำ เป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการให้การประมูลมีความชัดเจนว่าจะมีการจัดสรรคลื่น เนื่องจากเมื่อมีการเคาะราคาครั้งแรกราคาจะเท่ากับราคาเริ่มต้นการประมูลซึ่งมีค่าเท่ากับราคาขั้นต่ำ และเป็นราคาที่สามารถยอมรับได้ ผมคิดว่าการดำเนินการกรณีนี้ของ กสท. เป็นไปด้วยความรอบคอบ ตามหลักวิชาการ และจะเป็นตัวอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ในอนาคต กระบวนการต่อจากนี้ ทั้งราคาเริ่มต้นการประมูล และราคาขั้นต่ำ ที่เป็นมติของ กสท. ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์ในการประมูล โดยหลักเกณฑ์การประมูลจะไปสู่กระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภายหลังจากได้ผ่านการรับรองจากที่ประชุม กสทช. ครับ"

 

ผศ.ดร. ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ได้แสดงความเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ดังนี้ (เน้นตัวหนาโดย tkittich)
"จากประชุมวันนี้ราคาประมูลที่ทางจุฬาได้เคาะมาล่าสุดช่องHDทั่วไปราวๆ1500ล้าน SDทั่วไป380 SDข่าว210 SDเด็ก135ล้านโดยปรับลดบ้างตามจำนวนผู้ประมูล ทางจุฬาฯเสนอให้ปรับราคาจากที่คำนวณมาให้ขึ้นกับจำนวนคนเข้าประมูลโดยปรับลดลงน้อยหากผู้เข้าประมูลไม่มาก จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าประเภทที่จะมีผู้สนใจประมูลมากที่สุด(เทียบกับของที่มี)เรียงตามลำดับคือSDทั่วไป, SDเด็ก, HDทั่วไป, และSDข่าว อีกเรื่องคือกฎกติกาการประมูลของช่องธุรกิจที่มีการเสนอเข้ามาโดยผ่ายอนุฯปรับเปลี่ยนระบบหรือDSOซึ่งเป็นอนุฯที่มีข้อขัดแย้งผลประโยชน์มากที่สุด แน่นอนว่าผมและ@supinyaไม่เห็นด้วยที่ผู้เล่นรายใหญ่มาออกแบบการประมูลแข่งขันที่ตัวเองจะเข้าร่วมด้วย นอกจากรู้ข้อมูลก่อนใคร ยังเอื้อตนเองอีก สุดท้ายที่ประชุมมีมติให้ไปผ่านอนุฯแข่งขันและคุ้มครองผู้บริโภคก่อนแต่ให้เวลาอาทิตย์เดียวทั้งที่เนื้อหากติกามีจำนวนมาก และต้องนัดอนุฯกันด่วน" เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2556

"ราคาประมูลทีวีที่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นเช่นการแบ่งประเภททีวี 7773 เงื่อนไขประมูล การตีความกฏmust-carry ฯลฯ ซึ่งยังแก้ได้ตอนรับฟังความเห็น ประเด็นหลักที่ฝ่ายดูแลการแข่งขันต้องเข้ามาดูในตอนนี้คือเงื่อนไขที่เปิดให้ผู้เล่นรายใหม่ที่มีศักยภาพสูงได้มีโอกาศเข้ามาแข่งขันทำธุรกิจได้" เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2556

"ร่างกติกาการประมูลที่จะไปรับฟังความเห็นยังมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ  ส่วนหนึ่งมาจากการกำหนดจำนวนช่องของแต่ละประเภทแบบ 7773 ที่ไม่มีที่มา การไปกำหนดจำนวนช่องของแต่ละประเภท (HD ทั่วไป ข่าว และเด็ก)ก่อนโดยไม่มีข้อมูล ทำให้ความต้องการกับจำนวนช่องที่มีในแต่ละกลุ่มแตกต่างกันมาก ในประเภทที่มีผู้เล่นเข้าน้อยต่อจำนวนช่องที่มีอย่าง กลุ่ม HD และข่าว อาจเกิดปัญหาแบบที่เกิดกับการประมูล3Gได้ คือข้องใจเรื่องฮั้วกัน ผู้เชี่ยวชาญบางคนเป็นห่วงกติกาที่ให้ประมูลใหม่เมื่อมีผู้เข้าประมูลไม่พอว่า อาจทำให้เกิดการฮั้วให้มีการปรับราคาให้ลดลงในบางช่องบางประเภท" เมื่อวันที่ 11 และ 12 พ.ค. 2556

 

ทางด้านน.ส. สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ได้เขียนถึงเรื่องนี้ในทวิตเตอร์ (เน้นตัวหนาโดย tkittich)
"วาระสำคัญวันนี้คือ ทางคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ มานำเสนอผลงานศึกษาการประเมินมูลค่าคลื่นธุรกิจ 24 ช่องแล้ว ได้เสนอให้เปิดเผยรายงานฉบับเต็ม แต่ทั้งนี้การประเมินมูลค่าสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ต้องรอสรุปสุดท้ายของร่างประกาศกรอบการประมูลทีวีธุรกิจ24ช่องหลังประชาพิจารณ์อีก อย่างไรก็ตามวันนี้บอร์ดได้เคาะราคามูลค่าตั้งต้นการประมูลไปแล้วตามที่เป็นข่าว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องไปทำประชาธิจารณ์ในร่างประกาศฯต่อไป ในการประชาพิจารณ์ร่างประกาศฯและตัวเลขที่เคาะโดยบอร์ด กสท. ตนเองได้เสนอให้นำตัวเลขภาพรวมทั้งหมดที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯทำมาไปดูประกอบด้วย รายละเอียดที่บอร์ดเคาะวันนี้ ต่างจากตัวเลขของทางคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯระดับหนึ่ง (ไม่มากแต่มีนัยยะสำคัญหรือไม่นั้น ทางอุตสาหกรรมต้องช่วยกันดู) รายงานราคาประเมินคลื่นความถี่ฯฉบับสุดท้าย จะเปิดเผยต่อสาธารณะ คือหลังจากที่การประชาพิจารณ์เรื่อง Must Carry/สูตร 7-7-7-3 สรุปสุดท้ายแล้ว วันนี้บอร์ดเคาะเรื่องราคาตั้งต้นการประมูลช่องธุรกิจ แต่ยังถกเถียงต่อได้ช่วยการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ แต่ทีวีช่องสาธารณะยังปิดทางเจรจา"

"นอกจากผลการศึกษามูลค่าคลื่นฯแล้ว วันนี้บอร์ด กสท.ยังพิจารณาวาระร่างประกาศกรอบการประมูล 24 ช่องธุรกิจด้วย แต่ยังไม่เคาะ ขอบคุณพระเจ้า ที่ขอบคุณพระเจ้า เพราะร่างประกาศกรอบการประมูล24ช่องธุรกิจ  สำคัญและมีรายละเอียดมาก การส่งมาเข้าบอร์ดครั้งแรกแล้วจะให้ผ่านเลย เป็นไปไม่ได้ วันนี้จริงๆเกือบจะผ่านไปแล้ว แต่ถ้ารีบร้อนมาก จะมีบอร์ด2คนทำสงวนเพราะเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จะนำมาเข้าบอร์ดเพียงไม่กี่นาทีไม่ได้  ต้องดูรอบคอบ อีกอย่างคือร่างประกาศกรอบการประมูล 24 ช่องธุรกิจนี้ ผ่านอนุกรรมการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิตอลที่มีตัวแทนฟรีทีวี 6 ช่องนั่งอยู่ด้วย การที่ร่างประกาศฯที่เกี่ยวข้องกับการประมูลผ่านอนุกรรมการฯที่มีคนที่อาจจะเข้าประมูลมานั่งอยู่ด้วย ถือว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ร่างประกาศกรอบการประมูล 24 ช่อง ควรนำไปผ่านอนุฯชุดอื่นๆที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย อาทิอนุฯกำกับแข่งขัน อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯที่ดิฉันเป็นประธานอยู่ ก็มีข้อเสนอให้วางเงื่อนไขก่อนการประมูลเหมือนกัน เพิ่งประชุมกันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ สนง.กำลังทำวาระข้อเสนอจากอนุคุ้มครองผู้บริโภคเสนอประเด็นให้ บอร์ด กสท.ต้องกำหนดเงื่อนไขก่อนการประมูล24ช่อง ทุกท่านช่วยเสนอได้ค่ะ หลังจากที่ถกเถียงกันไปมา ขอบคุณพระเจ้าที่ท่านประธานฯ ยังไม่เคาะมติผ่าน เลื่อนวาระพิจารณาไปเป็นอังคารหน้าอีกรอบ แต่ก็มีเวลา1สัปดาห์เท่านั้น จริงๆส่วนตัวก็เข้าใจดีว่า การประชุมจริงๆก็คล้ายๆการทำพิธีกรรม มติส่วนใหญ่อาจตกลงกันนอกรอบมาแล้ว แต่บอร์ดบางคนเช่นดิฉันยังไม่ได้นอกรอบด้วย ดังนั้นเมื่อเรายังไม่ได้มีโอกาสคุยนอกรอบด้วย เราก็ต้องใช้เวทีในการประชุม ถกเถียง เสนอ พิจารณาเต็มที่ ยังดีที่ยังมีเวลาอีก1สัปดาห์ให้เสนอ อย่างไรก็ตาม การประมูลช่องธุรกิจ24ช่อง ยังมีข้อดีที่บอร์ด กสท. เห็นชอบว่าต้องมีการร่างประกาศ กสทช. ดังนั้นยังต้องไปฟังความเห็นสาธารณะอีก คือสรุป กติกาการประมูล 24 ช่องธุรกิจ เรายังพอมีเวลาหายใจ มีเวลาเจรจา มีเวลาถกเถียงอภิปราย และต้องผ่านบอร์ดใหญ่ กสทช.ก่อน"

"ณ เวลานี้คือการกำหนดนโยบายระดับชาติที่จะมีผลยาวไกลสู่อนาคต คือช่วงเวลาสำคัญที่สุด ตอนนี้ดิฉันและทีมงานก็ทุ่มเทสรรพกำลังดูเรื่องนี้เต็มที่ ท่านทีมีส่วนได้เสียก็ต้องช่วยกันดู ช่วยกันพูด ช่วยกันเสนอแนะเช่นกันค่ะ"

และ "ราคาคูปองส่วนลดเพื่อไปซื่อทีวีดิจิตอลหรือกล่อง 690 บาทนั้นเป็นการคิดตามมูลค่าราคาตั้งต้นประมูลคลื่นที่เคาะไป แต่ยังต้องประชาพิจารณ์ ร่างประกาศฯการประมูลคลื่นธุรกิจ 24 ช่องต้องผ่านบอร์ดใหญ่และรับฟังความคิดเห็น แต่ร่างประกาศฯการประกวด12ช่องทีวีสาธารณะตอนนี้ยังเคว้งคว้าง ส่วนตัวสนับสนุนให้ประมูลคลื่นธุรกิจไปก่อนเพราะจะได้มีรายใหม่ ส่วนคลื่นบริการสาธารณะอีก 8 ช่อง อยากให้มีการออกแบบ วางกติกาที่ชัดเจนกว่านี้ ส่วนตัวค้านเรื่องการแจกคลื่นดิจิตอลให้กับหน่วยงานของรัฐในนามทีวีบริการสาธารณะ แต่พยายามไม่ค้านจุกจิกเรื่องประมูล ขอให้เกิดการแข่งขันมากราย เรื่องหลักที่จะขอร้องในการวางเกณฑ์การประมูลช่องธุรกิจคือ 1. ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันของรายใหม่+รายกลาง+เล็ก 2. กำหนดเงื่อนไขเรื่องผู้บริโภค ถ้า 2 เรื่องหลักดังกล่าวมีหลักประกันในร่างประกาศกรอบการประมูลทีวี 24 ช่องธุรกิจที่จะพิจารณาในบอร์ด กสท. อังคารหน้า ก็จะดีมากๆ" เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2556

ติดตามข้อมูลข่าวสารทีวีดิจิตอล ได้ทางเว็บ tvdigital.in.th, ทางเฟสบุ๊ค facebook.com/tvdigital.in.th, และทางทวิตเตอร์ twitter.com/TVDIGITALinth ^^